เจาะลึกกลไก “ติดอาวุธ” คนทำงานสูงวัยอีสาน: เมื่อ “งบประมาณ” ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่คือ “ทักษะ” การบริหาร

ในวันที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) ท่ามกลางวิกฤตงบประมาณที่จำกัด BBC Thai ลงพื้นที่สำรวจกลไกการขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุในภาคอีสาน พบโมเดลการพัฒนา “นักบริหารโครงการ” ที่เปลี่ยนคนทำงานในชุมชนให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการดึงงบประมาณจากแหล่งทุนทั่วประเทศ

นครพนม – แม้ข้อมูลเชิงสถิติจะระบุว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยมีสัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ “น่ากังวล” ยิ่งกว่าจำนวนประชากร คือการที่งบประมาณด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน

จากการสำรวจความต้องการของภาคีเครือข่ายคนทำงาน 30 จังหวัด พบว่า “ความไม่เข้าใจในการเขียนโครงการ” และ “การเข้าไม่ถึงแหล่งทุน” คือกำแพงใหญ่ที่ทำให้งบประมาณหยุดอยู่เพียงแค่ในกระดาษ BBC Thai พูดคุยกับ 3 ฟันเฟืองสำคัญที่กำลังเปลี่ยนโฉมการทำงานด้านสังคมสูงวัยจาก “ผู้รอรับ” สู่ “นักบริหารเชิงรุก”

ดร.พัชราพร ควันสง: “งบ สสส. คือเชื้อเพลิง แต่แหล่งทุนในพื้นที่คือความยั่งยืน”

ดร.พัชราพร ควันสง ผู้ประสานงานโครงการสังคมสูงวัย เปิดเผยกับ BBC Thai ถึงเบื้องหลังความพยายามเปลี่ยนวิธีคิดของคนทำงานภาคอีสาน

“ถ้ามองในความเป็นจริง งบประมาณมันไม่พอ เพราะผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเยอะมาก” ดร.พัชราพร เริ่มต้นอย่างตรงไปตรงมา

เธออธิบายว่า โจทย์หลักของเวทีอบรมครั้งนี้คือการเปลี่ยน “งบ สสส.” ให้กลายเป็น “ความรู้” เพื่อให้คนทำงานไปดึงงบจากแหล่งอื่นต่อ เช่น งบกองทุนบัตรทอง (PPA) หรือกองทุนในพื้นที่

“เราพบ Pain Point จากแพลตฟอร์มออนไลน์ว่า คนทำงานขาดทักษะการบริหารโครงการ บางคนไม่รู้จะเขียนขอทุนอย่างไร เวทีนี้จึงเป็นการเอาคนที่เคยทำสำเร็จมา ‘แชร์เคล็ดลับ’ กับคนที่ไม่เคยทำ เป้าหมายสูงสุดคือพวกเขาต้องหาทรัพยากรมาใช้ได้เองโดยไม่ต้องรอแต่งบจากส่วนกลาง”

Gemini Generated Image t9g05qt9g05qt9g0 1024x559

อิทธิพล บุญบุตร: “งบประมาณไม่ได้ขาด แต่เราขาดคนเขียนโครงการ”

ในมุมของผู้ปฏิบัติงานในท้องถิ่น อิทธิพล บุญบุตร ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลพระซอง จ.นครพนม หรือ “พี่เปีย” ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ปัญหางบประมาณอาจเป็นเพียงภาพลวงตา

“จริงๆ งบประมาณไม่ขาดหรอกครับ เพราะแหล่งทุนมันเยอะมาก แต่ปัญหาคือผู้เขียนข้อเสนอโครงการต่างหากที่ไม่มี”

อิทธิพลเล่าว่า เดิมทีพื้นที่เข้าไม่ถึงทุนเพราะ “ขาดกลไก” หรือคณะทำงานที่เป็นทางการ แต่หลังจากการอบรม เขาเริ่มจัดตั้งศูนย์และคณะทำงานเพื่อรองรับการขอทุนจากกองทุนผู้สูงอายุและกองทุนคนพิการโดยเฉพาะ

“หลักสำคัญที่ผมพูดเสมอคือ ‘ทีมจัดการหลังบ้าน’ ถ้าทีมไม่พร้อม คนพาทำจะเหนื่อย ความเสี่ยงคือถ้ารับทุนมาแล้วผลลัพธ์ไม่เกิด คนทำงานก็จะกังวล สิ่งที่เราต้องการตอนนี้คือ ‘ไทม์ไลน์แหล่งทุน’ ที่ชัดเจนว่าช่วงไหนใครรับโครงการ จะได้เตรียมตัวได้ถูก”

นันทนา ค่าวันศุกร์: จากพยาบาลหน้างาน สู่ “นักบริหารโครงการพรีเมียม”

สำหรับคนทำงานสาธารณสุขอย่าง นันทนา ค่าวันศุกร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.โพนสวรรค์ การบริหารจัดการต้องมากกว่าแค่การรักษาคนไข้ แต่คือการบริหาร “คน เงิน ของ” อย่างเป็นระบบ

“เรามองมุมสูงขึ้น จากเดิมที่เป็นผู้ปฏิบัติ วันนี้เราเป็นทีมวิชาการ ทำให้มองเห็นงานแบบ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ”

นันทนา ระบุว่าเธอได้นำทฤษฎีการบริหารอย่าง POSDCORB มาใช้รีเช็กการทำงานเพื่อให้โครงการไม่สะดุด “การทำงานบางทีเราลืมตัวทฤษฎีไป การมาเติมเต็มครั้งนี้ทำให้งานที่ทำอยู่เดิมชัดเจนและเข้มข้นขึ้น”

ปัจจุบัน เธอเตรียมนำความรู้จากการอบรมไปบูรณาการร่วมกับท้องถิ่น โดยมีการบรรจุโครงการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเข้าสู่แผนปฏิบัติการและอยู่ระหว่างเสนอโครงการจริง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในพื้นที่

บทวิเคราะห์จาก BBC Thai: ทางออกในยุค “งบจำกัด”

การเคลื่อนไหวของคนทำงานกลุ่มนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความรอบรู้ด้านงบประมาณ” (Financial Literacy in Social Work) กำลังกลายเป็นทักษะที่ขาดไม่ได้ของข้าราชการและ NGO ในท้องถิ่น

ในสภาวะที่โครงสร้างประชากรไทยเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ การพึ่งพางบประมาณจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทันท่วงที กลไกการสร้าง “นักบริหารโครงการ” ที่มีความแม่นยำในการวิเคราะห์สถานการณ์พื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุในถิ่นทุรกันดารไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

สืบสื่อรายงาน BBC NEWS : ไทย