LINE ALBUM ประชุมคณะกก ECF 22มิย68 251110 3 1024x768
LINE ALBUM ประชุมคณะกก ECF 22มิย68 251110 4 1024x768
LINE ALBUM ประชุมคณะกก ECF 22มิย68 251110 16 1024x768

การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิชุมชนอีสาน ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2568

พูลสมบัติ นามหล้า

การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิชุมชนอีสาน ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2568 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมโซริน อ.เมือง จ.สุรินทร์  มีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมคือ นายพูลสมบัติ นามหล้า ประธานกรรมการ นายอกนิษฐ์ ป้องภัย รองประธานกรรมการ นายปรีชา สังข์เพชร กรรมการและเลขานุการ นางพูลทรัพย์ สวนเมือง ตุลาพันธ์ กรรมการและเหรัญญิก  นางสาวมณีรัตน์ มิตรปราสาท กรรมการ นางสาวส้มป่อย จันทร์แสง กรรมการ  และทีมสำนักงานและอาสาสมัครของมูลนิธิชุมชนอีสานประกอบด้วย นางสาวเสาวนีย์ ค้าดี นายยงยุทธ พงสาลี และนางสาวนฤมล ศรีเสมอ

ได้มีการประชุมประจำปีเพื่อรายงานความคืบหน้า รายงานงบดุล กำหนดแผนประจำปี 2568 การประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิชุมชนอีสานประจำปี 2568 ซึ่งได้เห็นชอบในดำเนินงานของมูลนิธิในปี 2567 และรับรองแผนการดำเนินงาน ปี 2568 ซึ่งมีสองโครงการหลักที่จะดำเนินการภายใต้ร่ม มูลนิธิชุมชนอีสาน 1) โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศบริการพื้นที่ชุ่มน้ำ บึงละหานอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ โดยจะเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2568-31 พฤษภาคม 2571 มีนายอกนิษฐ์ ป้องภัย เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ และ 2)  โครงการประเมินฯศักยภาพแกนนำผู้บริโภคและการรับรู้ ตื่นตัว เรื่องการพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค 22 จังหวัด สนับสนุนโดยโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรผู้บริโภคเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภคด้านสุขภาพ สภาองค์กรของผู้บริโภค และ สสส.ระยะเวลาดำเนินงาน 1 มกราคม 2568 – 24 สิงหาคม 2569 นายพูลสมบัติ นามหล้า ผู้รับผิดชอบโครงการ

เวทีชาวบ้าน กระบวนการเรียนรู้กับเกษตรกรรายย่อย

พูลสมบัติ นามหล้า

มีงานเวทีแลกเปลี่ยนกับเกษตรกรรายย่อยในหลายเวทีเมื่อในปี 2567-2568 บ้านนาทอง ตำบลนาทอง และบ้านหนองบุญชู ตำบลกู่ทอง อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม เช่น การแลกเปลี่ยนกับเกษตรกรต้นแบบ เรื่องการใช้ภูมิปัญญาบริหารจัดการน้ำในแปลง การผลิตและการหารายได้จากภาคเกษตร และอีกเรื่องที่สำคัญคือ การเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ สาระสำคัญของการจัดการน้ำคือ การพยายามที่จะเก็บกักน้ำในเชิงอนุรักษ์หรือแบบธรรมชาติ เช่น การห่มดินด้วยฟาง การขุดคลองไส้ไก่ ขุดบ่อเก็บกัก และมีการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อพูดถึงการเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เกษตรกรยังมีการรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ไม่มากนัก จึงทำงานกับผู้นำชุมชนเพื่อเตรียมรับมือ เช่น การปลูกต้นไม้ ทำการเกษตรทีมีความเกื้อกูลกับระบบนิเวศ ท้ายทีสุด เราได้หาต้นไม้ พันธุ์ไม้ มาให้เกษตรกรปลูกตามคันนา ป่าหัวไร่ปลายนา มากกว่า 1000 ต้น และมีบางส่วนสนใจทําปุ๋ยหมักชีวภาพ คือปุ๋ยที่หาได้จากธรรมชาติ หรือ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ เพราะมีการใส่สารอินทรีย์เข้าไปในปุ๋ยจึงเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพ ขณะเดียวกันบางคนสนใจทําอาหารปลาแบบอินทรีย์เพื่อใช้เป็นอาหารพืชและอาหารปลา และยังช่วยรักษาระบบนิเวศให้สะอาดและปลอดภัย

481662787 649000734549122 178883852727358550 n 1024x683
482029507 651144161001446 257115130244829572 n 1024x683
485107173 657728687009660 5158069404367803963 n 1024x683
480344346 635923702523492 8107252757767691081 n 1024x576
480446533 635924652523397 8623965617679731390 n 1024x576
480884251 635923765856819 1313704745007652929 n 1024x683

โครงการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยสตรีแรงงานนอกระบบในภาคการเกษตร

พูลสมบัติ นามหล้า

โครงการฯ เกิดขึ้นมาจากสตรีแรงงานนอกระบบที่กำลังผจญกับสารเคมีและสารพิษที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของสตรีและครอบครัว ที่มาพร้อมกับกิจกรรมการเกษตรที่อยู่ในรูปแบบของเกษตรพันธะสัญญา (Contract Farming) จึงมาคิดกันว่า ทำอย่างไรจึงจะมีพื้นที่ในการให้สตรีได้เรียนรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ ป้องกันสารพิษ พร้อมทั้งการดูแลสุขอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงได้เสนอโครงการขอทุนการดำเนินงานต่อ องค์กร GAATW ( Global Alliance Against Traffic in Women)ในปี พ.ศ. 2566-2567 โดยได้เริ่มต้นกับเกษตรกรนำร่อง 20 ราย ในพื้นที่ตำบลนาทอง อำเภอเขียงยืน จังหวัดมหาสารคาม  โดยเริ่มทำงานพัฒนาศักยภาพให้เกษตรกรได้ดูแลสุขภาพและป้องกันอันตรายจากมลพิษในสี่ด้านคือ 1) การสวมอุปกรณ์ป้องกันสารพิษสม่ำเสมอเมื่อปฏิบัติงานในแปลงเกษตรกร 2) คือการออกกำลังกาย หรือโยคะสม่ำเสมอ 3) ปลูกพืชสมุนไพรและพืชผักปลอดสารพิษเป็นอาหารและยาในสวนครัวและไร่นาของตนเอง 4) มีถังขยะไว้สำหรับเก็บขยะอันตรายในบ้านเรือน และจัดการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ

ในช่วงสิ้นสุดโครงการเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการได้มีของสรุปร่วมกันว่า อนาคตจะต้องวางแผนเริ่มทำเกษตรแบบปลอดสารพิษ เพื่อเป็นหลักประกันเรื่องอาหารปลอดภัย ลดอันตรายต่อสุขภาพได้ รวมทั้งมีความหวังที่จะตัดวงจรธุรกิจของนายทุน(เกษตรแบบพันธะสัญญา)หันมาพึ่งตนเอง พึ่งกันเอง  ช่วยกันและกันแก้ปัญหาต่อไป

ลมหายใจบึงละหาน

นฤมล สีเสมอ

ท่ามกลางระลอกน้ำที่ไหวพริ้วในอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ “บึงละหาน” ใช่เพียงผืนน้ำกว้างขวางในแผนที่ประเทศไทยเท่านั้น แต่มันคือเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิต และวิญญาณของผู้คนถิ่นนี้มาหลายชั่วอายุคน ทว่าในวันนี้ เมื่อความเสื่อมโทรมเริ่มคืบคลานเข้ามา แผ่นน้ำที่เคยนิ่งสงบกลับมีเรื่องราวความพยายามของ “คนตัวเล็กๆ” ที่ลุกขึ้นมาส่งพลังปกป้องความอุดมสมบูรณ์ของหนองบึงให้คงไว้

3 ปีกับการเดิมพันด้วยอุดมการณ์ ภายใต้การนำของคุณอกนิษฐ์ ป้องภัย ผู้รับผิดชอบโครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำบึงละหานอย่างมีส่วนร่วม อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิชุมชนอีสาน ร่วมกับ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน สนับสนุนโดยกองทุนสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แผนการเดินทางพัฒนาแหล่งน้ำจึงถูกเขียนขึ้น ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่อ “ทุกคน” ที่พึ่งพาอาศัยผืนน้ำแห่งนี้

เป้าหมายนั้นเรียบง่าย แต่ทว่าชัดเจนและหนักแน่น ประการแรกคือการ “ปลุกพลังคน” เสริมศักยภาพให้องค์กรชุมชนสามารถเดินหน้าไปพร้อมกับภาครัฐและท้องถิ่นอย่างทัดเทียม ประการต่อมาคือการลงมือ “เยียวยา” ระบบนิเวศที่เปราะบางของบึงละหานให้กลับมาเข้มแข็ง และท้ายที่สุดคือการสร้าง “ห้องเรียนมีชีวิต” เพื่อส่งต่อความรู้เรื่องการอนุรักษ์ให้ฝังรากลึกในหัวใจของคนทุกวัย ด้วยกลุ่มเป้าหมายหลักถึง 960 คน และผู้คนในวงกว้างอีกกว่า 1,300 ชีวิต ที่จะกลายเป็นหูเป็นตาและเป็นมือที่ช่วยกันถักทออนาคตของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ กิจกรรมตลอด 3 ปี ทั้งการรณรงค์ การเผยแพร่ข้อมูล และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง คือเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนบึงละหานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ยั่งยืน

ในสายตาของคนทำงานเพื่อสังคม “บึงละหาน” ในวันนี้จึงเปี่ยมไปด้วยความหวัง เป็นความหวังที่เกิดจากการที่ชาวบ้านลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของปัญหา และเป็นผู้ลงมือแก้ด้วยตัวเอง คงมั่นใจได้ว่าลมหายใจของบึงน้ำแห่งนี้จะยังคงแผ่วเบา แต่หนักแน่น หล่อเลี้ยงลูกหลานชัยภูมิต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ 1024x576
2 1024x576
3 1024x576