คนรุ่นใหม่ กับการหล่อหลอมอุดมการณ์
โดย พูลสมบัติ นามหล้า
การเรียนรู้ทางทฤษฎี มีความแตกต่างกันอย่างมากกับประสบการณ์จริง เหมือนกับที่โบราณว่าไว้ “สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ สิบมือคลำไม่เท่าทำเอง”เช่นเดียวกับ Dr.Y.C. James Yen (Yen Yang Chu) หรือ Dr. Yen อดีตเพื่อนร่วมงานปฏิวัติกับ เหมา เจ๋อ ตุง ซึ่งต่อมาทั้งสองมีความขัดแย้งด้านแนวความคิดการปฏิวัติ Dr. Yen จึงมาก่อตั้งสถาบันชื่อว่า International Institute of Rural Reconstruction (IIRR) เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูบูรณะชนบท ท่านได้มีหลักการทำงานขององค์กร ซึ่งผมได้คัดลอกบางส่วนจากต้นฉบับภาษาอังกฤษและผมก็ได้ใช้ความรู้ภาษาอังกฤษเท่าที่มีอยู่แปลได้ดังนี้
- ลงไปหาประชาชน Go to the people.
- อาศัยอยู่กับประชาชน Live among them.
- เรียนรู้จากประชาชน Learn from them.
- กำหนดอนาคตด้วยตัวเขาเอง Plan from them.
- ร่วมงานกับพวกเขาWork with them.
- เริ่มจากสิ่งที่เขารู้ Start with what they khow.
- สร้างจากสิ่งที่เขามี Build on what they have.
พี่เปี๊ยก” บำรุง บุญปัญญาได้กล่าวถึง แนวคิดการทำงานของอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ ในหนังสือ “จับปลาต้องลงน้ำ” ว่า “ทฤษฎีป๋วย” คือเบ้าหลอมสำคัญของ “พี่เปี๊ยก” ที่นำพาความคิดและการปฏิบัติการทำงานนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งอาจารย์ป๋วยได้ให้หลักการสำคัญอยู่ ๓ ประการ
๑. ลงจากหอคอยงาช้าง หมายความว่า อย่าจมอยู่กับทฤษฎี ศาสตร์ทั้งหลายไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วเกิดจากการปฏิบัติ และยังเป็นการเดินทางเข้าสู่วิถีแห่งการหล่อหลอมตนเอง
๒. กัดไม่ปล่อย จะทำอะไรให้ทำต่อเนื่อง จริงจัง จนเกิดความชำนาญ เกิดการเข้าใจชัดเจนในสิ่งที่ตนเองทำ
๓. ทำสิ่งใดต้องมีอุดมคติในใจ จะทำอะไรก็ตามแต่ต้องมีความดีงามอยู่ในใจ ไม่เอาเปรียบ กดขี่ ขูดรีดและไม่เบียดเบียนผู้อื่น
การได้เรียนรู้จากประชาชน ยังเป็นการหล่อหลอมตนเอง จนเกิดอุดมการณ์ที่จะต่อสู้กับปัญหา ดั่งผู้นำทางความคิดและนักปฏิวัติคนสำคัญหลายคนที่ได้เรียนรู้ปัญหาประชาชนจากการเดินทางลงไปหาประชาชน พระพุทธเจ้าต้องเสด็จออกจากปราสาทที่บำรุงบำเรอด้วยสิ่งปนเปรอและมายา ที่เรียกว่าปราสาท ๓ ฤดู แล้วท่านก็ได้พบเห็นปรากฏการณ์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งท่านก็ได้เริ่มต้นแสวงหาสัจธรรมแห่งการหลุดพ้น หรือ นิพพาน และได้เทศนาสั่งสอนพุทธศาสนิกชน ให้แสวงหาการหลุดพ้นจนมาถึงปัจจุบัน
ลองมาดูอีกท่านหนึ่งซึ่งดูเหมือนท่านจะคุ้นเคยกันดีก็คือ เช กูวาร่า หรือ Che ที่คนหนุ่มสาว และนักเคลื่อนไหวภาคประชาชนหลายคน ต่างเคารพบูชา มีรูป เช ติดหน้าอก และติดย่าม ติดท้ายรถบรรทุกเต็มไปหมด อันนี้ว่ากันไม่ได้เพราะท่านเป็นที่ศรัทธาและชื่นชมของสาธารณะ เช เป็นต้นแบบของหนุ่มสาวผู้มีอุดมการณ์อันแรงกล้า ก่อนที่ เช จะเดินทางเขาร่วมปลดปล่อยประเทศแถบละตินอเมริกาจากจักรวรรดินิยม เขาได้เดินทางท่องเทียวไปในประเทศต่างต่างในแถบละตินอเมริกาและได้เห็นคน ป่วย คนจน คนโดนกดขี่ และเอาเปรียบจากโครงสร้างของระบบทุนนิยมและจักรวรรดินิยม ท่านจึงได้เข้าร่วมการปฏิวัติและต่อสู้กับจักรวรรดินิยมจนตัวตาย
คนรุ่นใหม่ในงานพัฒนา ผมอยากให้ความสำคัญต่ออาสาสมัคร นักพัฒนาที่พึ่งจะมีประสบการณ์การทำงานราว ๑-๕ ปี หรือเป็นผู้ยังใหม่ในการพัฒนา ในทางพระก็เรียกพระบวชใหม่ว่า “พระนวกะ” คือผู้ที่จะต้องได้รับการอบรมบ่มเพาะ และเรียนรู้จากพระอาวุโสก่อน จึงจะสามารถไปเทศนาสั่งสอนญาติโยมได้ ในองค์กรพัฒนาเอกชนก็เช่นกัน ก็จะมีกระบวนการเหล่านี้อยู่ในองค์กร ก็จะมีการเรียนรู้จากพี่ ๆ ในองค์กร หรือเรียนรู้จากผู้นำชาวบ้าน บางครั้งก็มีการสนับสนุนจากองค์กรเฉพาะ เช่น มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ซึ่งมีกระบวนการสนับสนุนการเรียนรู้ของอาสาสมัคร ซึ่งมีระยะเวลา ๒ ปี เสมสิกขาลัยจัดฝึกอบรมให้กับนักพัฒนาที่สนใจ สถาบันชุมชนอีสาน จัดฝึกอบรมให้กับองค์กรขนาดเล็กในภาคอีสาน หรือเกิดการรวมกลุ่มของผู้สนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น กลุ่มนิเวศวัฒนธรรม กลุ่มศึกษาและปฏิบัติการทางสังคม ช่วงระยะเวลานี้สำคัญมากเพราะเป็นช่วงก้าวเริ่มต้น บนหนทางทางการพัฒนา ให้เก็บเอาทั้งกำลังใจ ปัญหาการทำงาน ปัญหาชาวบ้าน มาหล่อหลอมตนเอง ให้มีพลังมากขึ้นกว่าเดิม
แนวคิดการหล่อหลอมอุดมการณ์ ซึ่งถูกหยิบยกและให้ความสำคัญเป็นหนึ่งในสี่ยุทธศาสตร์องค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน ที่ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ฐานชุมชน มีเป้าหมายเพื่อสร้างองค์กรชุมชนให้เข้มแข็ง ลงลึกบนฐานวัฒนธรรมเกษตร เป็นชุมชนทางเลือกที่ไม่ถูกครอบงำ และนำเสนอทางเลือกต่อสังคมได้ ยุทธศาสตร์รวมพลังสะสมชัยชนะ มีเป้าหมายเพื่อสะสมชัยชนะในพื้นที่ยุทธศาสตร์และเชื่อมโยงเป็นพลังร่วมในทุกเนื้อหา ประเด็น ยุทธศาสตร์พื้นที่ทางการเมือง เป้าหมายเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมทางการเมืองและสร้างพื้นที่ทางการเมืองของประชาชนในการพัฒนาประชาธิปไตยทางตรงที่ประชาชนเข้าถึงได้ ส่วนยุทธศาสตร์ หล่อหลอมอุดมการณ์ มีเป้าหมายเพื่อหล่อหลอมและสร้างพลังทางอุดมการณ์ และพัฒนากระบวนการทำงานกับฐานชุมชน ตลอดจนขยายอุดมการณ์อย่างเป็นขบวนการ ซึ่งพวกเราได้กำหนดขึ้นมาเมื่อ ๒๑-๒๓ สิงหาคม ๒๕๔๖ ณ ศูนย์ฝึกอบรมมูลนิธิพัฒนาอีสาน และองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน จะมีการทบทวนยุทธศ่าสตร์ในเวทีสมัชชา ทุก ๒ ปี
มีคำถามต่อมาว่าแล้วนักพัฒนาจะลงไปทำอะไรกับชุมชน เพราะว่าจริง ๆ แล้ว การที่เรามีแค่ความศรัทธาต่อประชาชน หรือมีความรู้จากการอ่านทฤษฏีจากตำรามาแต่นั้นยังไม่พอ การลงไปหาชุมชนนั้นจะต้องทำงานร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมกระบวนการที่ชุมชนมี ชุมชนก็คาดหวังต่อเรา เราก็ควรจะขวนขวายหาอุบายหรือเครื่องมือทำงานกับวัฒนธรรมชุมชนที่เหมาะสม เช่น การจัดกระบวนการเรียนรู้กับชุมชนแบบมีส่วนร่วม การศึกษาประวัติศาสตร์หรือการวิจัยภูมิปํญญาท้องถิ่น การวิเคราะห์ปัญหาชุมชน การสร้างการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและการวางแผนชุมชน การติดตามและสนับสนุนการทำงาน การสรุปบทเรียน
ในสถานการณ์ปัจจุบันต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ชุมชนได้ปรับเปลี่ยน และดำรงสภาพเงื่อนไขที่ไม่เหมือนเดิม เช่น วัฒนธรรม ฮีดครองในหลายชุมชนได้เสื่อมถอย ป่าไม้ น้ำ ดิน พลังงาน ได้มีการแย่งชิงกันอย่างขนาดหนัก และเกิดการทำลายเผาผลาญอย่างต่อเนื่อง ปัญหาเรื่องคอรัปชั่นเกิดขึ้นทั้งในระดับชาติ จนกระทั่งถึงระดับหมู่บ้าน ประชาชนมีหนี้สินในแต่ละครัวเรือนเป็นจำนวนเรือนแสน ปัญหาความขัดแย้งและการเมือง โจทย์เหล่านี้เป็นเโจทย์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามความซับซ้อนของสังคม นอกเหนือจากปัญหาความยากจนที่นักพัฒนารุ่นพี่ที่เคยทำงานกับชาวบ้านมาก่อน ดังนั้นนักพัฒนาต้องขยันขวนขวายในการเรียนรู้ข้อมูลใหม่ ๆ ของสังคม ของระบบโลกาภิวัตน์เพื่อนำไปจัดกระบวนการเรียนรู้กับชาวบ้านเพื่อให้ทันกับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงของโลก
Last Updated ( Wednesday, 14 July 2010 03:33 )