ปฏิรูปการเมืองเพื่อความสุขของชุมชนอีสาน

ปฏิรูปการเมืองเพื่อความสุขของชุมชนอีสาน
พูลสมบัติ นามหล้า

                               


 “สุขเพราะมีข้าวกิน สุขเพราะมีดินอยู่...
          สุขเพราะมีเฮือนหลังใหญ่มุงแป้นกระดาน
                   สุขเพราะมีลูกหลานหลายมานั่งเฝ้า
                           สุขเพราะยามเฒ่าได้เข้าวัดฟังธรรม”
                      (อ้างจากหนังสือการพัฒนา แนววัฒนธรรมชุมชน, กาญจนา แก้วเทพ, 2538)
    
     ปรัชญาและอุดมการณ์ชีวิตข้างต้นของชุมชนอีสานที่ได้สะท้อนวิถีชีวิต และแบบแผนของวัฒนธรรม การดำรงชีวิตของพวกเขามาอย่างยาวนาน โดยการพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติ หรือที่ชาวอีสานเรียกกันอย่างติดปากว่า  การเฮ็ดอยู่ เฮ็ดกิน และชุมชนอีสานยังเป็นสังคม ที่ยึดมั่นตามจารีตประเพณี  และศาสนา หรือที่เรียกกันว่า “ฮีต คอง” ซึ่งอีกนัยหนึ่ง ก็เป็นรูปแบบการปกครองโดยธรรม หรือที่สมัยใหม่อาจเรียกได้ว่า good governance ก็ย่อมได้   ถ้ามองว่าการเมือง คือเครื่องมือในการจัดสรรผลประโยชน์ ก็ต้องถามว่า การจะปฏิรูปการเมืองอย่างไร ให้สามารถสนับสนุนส่งเสริมให้สามารถบรรลุปรัชญาหรืออุดมการณ์ของชุมชนอีสานที่ได้วางเอาไว้ ผมอยากจะเสนอการปฏิรูปการเมือง ๒ แนวทางหลักในการปฏิรูปการเมืองจากล่างสู่บน (Bottom up) คือต้องมีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และ การปกครองตนเองบนฐานวัฒนธรรมการเมืองของชุมชน

ในด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
     ชาวอีสานได้ทำการเกษตรโดยพึ่งพิงธรรมชาติ ทำนาน้ำฝน และมีภูมิปัญญาปลูกพืชผักตามสภาพดินและระบบนิเวศ ทุ่ง ทาม ดอนโคก หรือภูเขา  และชาวอีสานยังดัดแปลงเครื่องไม้เครื่องมือไว้สำหรับทำการผลิต หาอาหาร  และการดำรงชีพ เช่น ตะกร้า เสื่อ ลอบ ไซ ไถ คราด ฯลฯ เป็นต้น พื้นที่ของภาคอีสานมีลักษณะทางกายภาพแบบที่ราบสูง เป็นลอนคลื่นเหมาะแก่การปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์   ซึ่งคนอีสานได้ออกแบบในการพึ่งพิงธรรมชาติ อย่างลงตัว เช่น ที่ดอนหรือโคก มักจะอนุรักษ์ป่าไว้สำหรับไม้ใช้ทำบ้านเรือนใช้สอยและสมุนไพรไว้รักษาโรค  ส่วนที่ลาดต่ำลงมาก็มี การปลูกฝ้าย สำหรับถักทอ เครื่องนุ่งห่ม ส่วนที่ลุ่มก็ปลูกข้าว พืชผัก และ ขุดบ่อเลี้ยงปลา จะเห็นได้ว่านี่เป็นภูมิปัญญาของการพึ่งตนเอง โดยมีปัจจัยสี่เพียงพอในการดำรงชีวิต
     บทเรียนอันเจ็บปวดจากการปลูกพืชเศรษฐกิจ คือ อ้อย มันสำปะหลัง ปอ และ ข้าวโพด ตามที่รัฐบาลส่งเสริมตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และทำให้ชาวอีสานเปลี่ยนจากการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์แบบพึ่งตนเอง  มาเป็นการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เพื่อขาย และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่ยังตกอยู่ภายใต้การครอบงำของแนวคิดตะวันตก ที่ใช้ทุน (Capital) เทคโนโลยี (Technology)  แรงงาน (Labor) และความรู้ในการจัดการทรัพยากร (Natural resource management) ในการผลิต และเราทั้งหลายก็ได้รู้ไปแล้วว่า ได้ส่งผลเสียหายให้เกษตรกรอย่างมากมาย ทั้งเรื่องหนี้สินที่พอกพูนจากการกู้ยืมธนาคารของรัฐ จนเกษตรกรบางรายต้องสูญเสียที่ดินทำกิน  ต้องอพยพแรงงานไปทำงานรับจ้างในเมืองใหญ่   และการเกษตรกรรมแผนใหม่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง  เช่น การสูญเสียแร่ธาตุในดินจากการใส่สารเคมีแทนการใช้ปุ๋ยมูลสัตว์เป็นเวลานาน  การใช้สารพิษในการกำจัดวัชพืชและแมลง  ทำให้น้ำและอาหารซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการบริโภคเป็นพิษ สัตว์ตามธรรมชาติก็หายไปจากระบบนิเวศ
     แต่ในขณะนี้มีชาวบ้านกลุ่มเล็ก ๆ แต่ได้จุดประกายทางการเมืองที่สำคัญ โดยไม่ยอมที่จะไหลลอยไปตามกระแสการพัฒนาแบบทุนนิยม  ด้วยการรวมตัวกันฟื้นฟูวิถีชีวิตแบบพึ่งตนเอง ด้วยการกลับไปฟื้นพู อนุรักษ์ธรรมชาติ ทำนาทำไร่  เลี่ยงวัว ควาย  เลี้ยงปลา ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ คัดเลือกพันธุ์ดั้งเดิมไว้ ทีเรียกกันว่าการจัดการทรัพยากรทางเลือกและเกษตรกรรมทางเลือก ดังมีรูปแบบหลากหลายที่เกิดขึ้นภาคอีสาน เช่น รูปแบบป่าชุมชน วนเกษตร ป่าครอบครัว เกษตรผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ นาธรรมชาติ และ ป่าหัวไร่ปลายนา ซึ่งต่อมาได้ขยายผลกว้างขวางเป็นลำดับ ดังเช่น องค์กรพัฒนาและองค์กรชุมชนหลายราย ได้ทำการปฏิรูปไว้เป็นตัวอย่างบางแล้ว เช่น การอนุรักษ์ป่ายาวและศึกษาธรรมชาติ ของโรงเรียนเด็กรักป่า บ้านแสลงพันธ์ ตำบลสำโรง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์    โครงการ การอนุรักษ์และฟื้นฟูห้วยเสนง ที่ได้พยายามแก้ไขปัญหาต้นน้ำถูกทำลายและมลพิษในเมืองสุรินทร์  เครือข่ายองค์กรชาวบ้านดงขุมคำ อำเภอตระการพืชผล  จังหวัดอุบลราชธานีและ  เครือข่ายองค์กรชาวบ้านป่าชุมชนภูขาม อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้ต่อสู้เรื่องสิทธิทำกิน ป่าชุมชน และการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน ศูนย์ตะบัลไพร อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ที่ได้ส่งเสริมเกษตรกรทางเลือก และการแพทย์ทางเลือกตามหลักพุทธศาสนา เครือข่ายองค์กรชาวบ้านอุดรธานี ที่คัดค้านการทำเหมืองเกลือ (แร่โปแตช)  และส่งเสริมการเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน กลุ่มแม่บ้านทอผ้าย้อมสีธรรมชาติบ้านหนองบัว อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ส่งเสริมการทอผ้าย้อมสีธรรมชาติและทำการเกษตรอินทรีย์  เครือข่ายองค์กรลุ่มแม่น้ำมูล ที่คัดค้านและต่อสู้กับเขื่อนราศีไศล ส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและ การใช้ .สิทธิชุมชน ในการจัดการด้วยตัวชุมชนเอง  
     กลุ่มคนเล็ก ๆ เหล่านี้กำลังพัฒนาต้นแบบการพึ่งตนเอง หรือ เป็นการเมืองที่สามารถ “กินได้” ได้อาจจะเรียกได้ว่านี่เป็นการฟื้นฟูแนวทางการดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวอีสานกลับมา และสามารถแก้ไขปัญหาอย่างสอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ อีกด้านหนึ่งก็เป็นการตอบโต้การพัฒนากระแสหลักที่เน้นการพึ่งพิงทุน เทคโนโลยี แรงงาน และองค์ความรู้ภายนอก โดยหันมาใช้ฐานความคิดของท้องถิ่น ฐานภูมิปัญญาชาวบ้าน บนฐานการเศรษฐกิจพึ่งตนเอง ฐานการเมืองภาคประชาชน นี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเรียกว่าเป็นการปฏิรูปการเมืองที่เป็นรูปธรรม ด้วยการกำหนดธรรมนูญชีวิตของตนเองอย่างแท้จริง
     
ในด้านการปกครองตนเองบนฐานวัฒนธรรมการเมืองของชุมชน
     ชาวอีสานจัดรูปการปกครองโดยมี “คุ้มบ้าน”เป็นหน่วยการปกครองที่เล็กที่สุด  สมาชิกในชุมชนส่วนใหญ่จะเป็นญาติพี่น้องกัน ผู้อาวุโสสุดของตระกูลที่ผู้คนในหมู่บ้านเคารพนับถือก็จะถูกยกเป็น “เจ้าโคตร” ในขณะเดียวกันในบรรดาผู้คนแห่งคุ้มบ้านเดียวกัน ที่มีความรู้ความรู้ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ก็จะได้รับการนับถือและถูกยกให้เป็น หมอสูตร หมอธรรม หมอยา หมอแคน หมอดู คนในชุมชนต้องพึ่งพาหมอเหล่านี้ในการแก้ไขปัญหา ที่สำคัญคือ “จ้ำบ้าน” ที่เป็นผู้มีภูมิปัญญารอบรู้เรื่องราวของชีวิต สิ่งแวดล้อม ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมชุมชน เมื่อได้รับการการยกขึ้นเป็น “จ้ำบ้าน” ก็จะปกครองลูกบ้าน โดยมีกลุ่มหรือ สภาผู้เฒ่าให้คำปรึกษาโดยหลักคุณธรรม และหลักฮีต 12 (ประเพณีตามเดือนที่ส่งเสริมการให้ทาน แบ่งปัน กตัญญู เช่น บุญผเวส บุญสงกรานต์ บุญเข้าพรรษา เป็นต้น)  คอง 14 (วัตรปฏิบัติที่ผู้นำ ชาวบ้าน หรือ พระสงฆ์ควรประพฤติ ปฏิบัติตาม เช่น การไม่กล่าวคำหยาบช้า กล้าแข็งต่อกัน)
    
      ตามหลักการดังกล่าวชาวบ้านอีสาน ชุมชนอีสาน มีผู้นำชุมชน 2 แบบ คือผู้นำตามระบบเครือญาติ และผู้นำตามลักษณะ “ภูมิปัญญา” หรือบางทีก็เรียกว่า ผู้นำธรรมชาติ ซึ่งสามารถจัดการปกครองชุมชนด้วยหลักคุณธรรม มาได้ตลอด ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองที่ให้มี ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และมี สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล แต่ ชุมชนหลายส่วนก็ยังยึดหลักแบบเดิมอยู่ด้วย เช่น บางชุมชนให้ความสำคัญกับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน เพียงผู้สื่อสารเชื่อมโยงระหว่างภายนอกและภายในชุมชน แต่ยังคงนับถือผุ้นำทางภูมิปัญญา หรือผู้นำทางจิตวิญญาณเหมือนเดิม
      ผู้นำชุมชนที่ได้รับการแต่งตั้งจากระบบราชการ ภารกิจส่วนใหญ่จะเป็นไปเพื่อสนองนโยบายรัฐ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นตัวแทนภาครัฐมากกว่าตัวแทนประชาชน รูปแบบ กติกาสังคม สมัยใหม่ ที่วางแผนออกมาจากกรุงเทพ ค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ ระบบวัฒนธรรม กติกา ฮีต คอง ท้องถิ่น จึงไม่น่าประหลาดใจเลยว่า แม้นรัฐบาลผ่านไปชุดแล้วชุดเล่า แต่ทุกข์ยากของประชาชนยังดำรงอยู่ตลอดมา หนี้สินที่นับวันแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งทำให้เกษตรกรรายย่อยกำลังจะประสบภาวะหนี้สิน  การสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ที่เคยมีถึง 172 ล้านไร่ และลดลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ในปี 2544 (อ้างศูนย์ข้อมูลกลาง กรมป่าไม้) และมีการใช้สารเคมี สารพิษในไร่นาเป็นจำนวนมาก รวมทั้งปัญหาคอรัปชั่น ยังดำรงอยู่และเกิดขึ้นทุกหัวระแหง สิ่งเหล่านี้เป็นตัวสะท้อนการเมืองแบบแนวดิ่ง หรือบนลงล่าง ไม่ใช่ข้างล่างสู่บน การโฆษณาว่า การเลือกตั้งคือการเป็นประชาธิปไตยเรียบร้อยแล้ว น่าจะเป็นการโอ้อวดไปสักหน่อย  จริง ๆ แล้วควรที่จะใส่ใจกับ การค้นหาแนวทางการ “ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน”มากกว่า  เช่น การกระจายทรัพยากรและอำนาจทางการเมืองสู่ท้องถิ่นพัฒนาการเมืองท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งและพึ่งตนเอง  เคารพภูมิปัญญาในการจัดทรัพยากรท้องถิ่น จะเป็นความก้าวหน้าทางการเมืองมากกว่า
     วิธีการที่ จะแก้ปัญหาเหล่านี้ ต้องให้อำนาจกับชุมชนในการวางหรือ กำหนดวิถีการปกครองตัวเอง ไม่ใช่ถูกกำหนดโดยรัฐส่วนกลาง  ประชาชนและชุมชนเป็นหน่วยพื้นฐานในการปกรองตนเอง  เมื่อประชาชนเป็นหลักแล้ว ฝ่ายอื่น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือธุรกิจเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา จะเข้ามามีบทบาท ในฐานะผู้ส่งเสริม การกระจายอำนาจทางการเมืองอย่างยุติธรรม สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในสังคม
     “การเมืองที่ดีคือการนำพาคนอีสานไปสู่ความสุข”   ดังอุดมการณ์และปรัชญาที่กล่าวมาเบื้องต้น

 

  • gucci shoes  - gucci shoes
    gucci shoes are several of the finest fashionable shoes that  you can see in the market today. Being a leader in  fashion, Gucci's products constantly
    highlight th e latest, most fashionable styles of shoes. These  shoes are made out of top quality materials and cr eated delicately and
    elaborately to guarantee the  best quality. Cheap Gucci Shoes is well-recognized  for its elegant and luxurious pairs of shoes and  to
    the upper class owning pairs of discount gucci shoes is certainly a sign of fame and wealth. Most indi viduals are so familiar with Gucci brands because  it is recognized for its high end prod
    ucts all acr oss the world. What women want are designer women' s shoes. Women love shoes. Some women are obsessed  with shoes. Many la
    dies, young and old, have doze ns of pairs of shoes. There are women that own eno ugh pairs of shoes to wear a different pair, every  d
  • jimmy choo  - jimmy choo
    Tamara Mellon for this brand by a master hand with  East London shoemakerjimmy choo was founded in 1996. Tamara aware of the practica l fashion footwear market needs, is therefore logi cal to introduce this stylish footwear
    product lin e. Jimmy Choo shop Knightsbridge in London first o pened its first stores that, with fun and full of  beautiful and "s
    exy just right" design, so on to become well recognized creative footwear. In  1998, jimmy choo shoes was opened its first New York branch, then in 199 9 opened its second store in Los Angeles. Brand fa me, popular young Hollywood family, a
    red carpet o n the best choice, and even jumped for the Oscar w inner Halle Berry and Hilary Swank so lucky star m ark. These jimmy cho
    o handbags,
    jimmy choo pumps, jimmy choo sandals, jimmy choo boots have really revolutionized footwear that you shou ld be glad to add to your collection – chick, c...
  • Yves Saint Laurent  - Yves Saint Laurent

    Yves Saint Laurent is a legendary designer in the fashion industry.  He has credit of designing some of the best handba gs, shoes, purses, satchels and totes
    for women. S aint Laurent has created four major designer lines , which are hugely popular and can be seen on cele brities and other ri
    ch women every day. Over the p ast years, YSL is known for premier quality and di stinctstyle.Originally, YSL shoes, especially the Yves Saint Laurent Sandals are designed for working professionals to provide  comfort, dependability and protection on the job.  In spite of heavy-duty requirements,
    such footwea r is lightweight and trendy. Yves Saint Laurent Pumps sexy and very practical.You can wear them for wor k and leisure. Wear them at the beginning of the w orkday at the office, and later, in di
    scos. As th e improvement of our living standard, the shoe mar ket is already flooded with numerous manu...
Write comment
Your Contact Details:
 
Comment:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img]   
:D:angry::angry-red::evil::idea::love::x:no-comments::ooo::pirate::?::(
:sleep::););)):0
Security Please input the anti-spam code that you can read in the image.

!joomlacomment 4.0 Copyright (C) 2009 Compojoom.com . All rights reserved."

Last Updated ( Wednesday, 14 July 2010 03:35 )